กรมเหมืองแร่ฯ ยืนยันจำเป็นต้องใช้งบจ้างทนายสู้คดี เหมืองทองอัครา

กรมเหมืองแร่ฯ ยืนยันจำเป็นต้องใช้งบจ้างทนายสู้คดี เหมืองทองอัครา
กรมเหมืองแร่ฯ ยืนยันจำเป็นต้องใช้งบจ้างทนายสู้คดี เหมืองทองอัครา

กรมเหมืองแร่ฯ ยืนยันจำเป็นต้องใช้งบจ้างทนายสู้คดี เหมืองทองอัครา

 

วันที่ 1 ก.ย. นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทระหว่าง เหมืองทองอัครา โดยบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กับประเทศไทย ที่อยู่ระหว่างฟ้องร้องกัน

นายวิษณุ กล่าวว่า ในส่วนของกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี ซึ่งยังไม่มีคำตัดสินชี้ขาดแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานคณะกรรมการ ยังคงเปิดโอกาสในการใช้แนวทางการเจรจาเพื่อหาข้อยุติที่ยอมรับร่วมกัน ก่อนคณะอนุญาโตตุลาการจะมีคำตัดสินชี้ขาด

ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นว่า แนวทางการเจรจาของฝ่ายไทยจะอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยึดถือประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก ไม่มีการเอื้อประโยชน์หรือเลือกปฏิบัติแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยคำนึงถึงดุลยภาพที่เป็นธรรมต่อประชาชน ชุมชนในพื้นที่ และผู้ประกอบการด้วย

"ส่วนประเด็นเรื่องงบประมาณ ที่กำลังเป็นที่สนใจของสาธารณชนอยู่ในขณะนี้ ขอชี้แจงว่า ที่บริษัท คิงส์เกต ได้ยื่นให้ราชอาณาจักรไทย เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ จึงจำเป็นต้องใช้งบประมาณในการต่อสู้คดีในฐานะประเทศไทย โดยใช้เป็นค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในกระบวนการและขั้นตอนการต่อสู้คดีในขั้นอนุญาโตตุลาการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ของประเทศไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ"

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th