นิด้าโพล ชี้คนไม่เชื่อรบ.คุมโควิดอยู่! ไม่เห็นด้วยเปิดให้ต่างชาติเข้าไทย

นิด้าโพล ชี้คนไม่เชื่อรบ.คุมโควิดอยู่! ไม่เห็นด้วยเปิดให้ต่างชาติเข้าไทย
นิด้าโพล ชี้คนไม่เชื่อรบ.คุมโควิดอยู่! ไม่เห็นด้วยเปิดให้ต่างชาติเข้าไทย

นิด้าโพล เผยผลสำรวจระบุ คนยังไม่เห็นด้วยเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศ ชี้ ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลป้องกันระบาดรอบ 2 ได้ หวั่น Travel Bubble นำโควิด-19 เข้าไทย

 

 

วันที่ 12 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง "เราจะเปิดให้ต่างชาติเข้าประเทศหรือไม่" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค.ที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาและอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,251 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ "นิด้าโพล" สุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลในไทย (ที่ไม่ใช่โรคโควิด-19) และต้องถูกกักตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 14 วัน ก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับบ้านได้ (โครงการ Medical and Wellness Program) พบว่า 41.41 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะคนไทยที่กลับจากต่างประเทศก็ติดโรคและรักษาตัวอยู่เยอะมากแล้ว และกลัวคนต่างชาตินำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย ทำให้เกิดโควิด-19 รอบ 2 ได้

รองลงมาคือ เห็นด้วยมาก 23.10 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าทำให้การแพทย์ของไทยมีชื่อเสียง มีความน่าเชื่อถือ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้กับประเทศ, ค่อนข้างเห็นด้วย 21.58 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ประเทศไทยมีมาตรการที่ดีในการควบคุมโรคโควิด-19 เป็นการเเสดงศักยภาพของบุคลากรทางการเเพทย์ของไทยให้ทั่วโลกได้เห็น และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

และ ไม่ค่อยเห็นด้วย 13.91 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ไม่เชื่อว่าปลอดภัย กลัวคนต่างชาตินำเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทย และสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวยให้คนต่างชาติเข้ามา ถึงเเม้จะมีใบรับรองก็ตาม

ด้าน การเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาเพื่อรักษาพยาบาล (ที่ไม่ใช่โรคโควิด-19) และต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ก่อนอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวในไทยได้ (โครงการท่องเที่ยวสุขภาพดีวิถีใหม่) พบว่า 37.89 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ อยากให้โรคโควิด – 19 หมดไปก่อน 100% ถึงแม้จะมีการกักตัว 14 วัน ก็ยังไม่เชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดโรคโควิด – 19 ขึ้น กลัวเกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ขึ้น

รองลงมาคือ เห็นด้วยมาก 24.14 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการช่วยเหลือ ฟื้นฟู การท่องเที่ยวในไทยให้มีรายได้เหมือนเดิม และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย, ค่อนข้างเห็นด้วย 23.26 เปอร์เซ็นต์ เพราะ มั่นใจการรักษาของแทพย์ในประเทศไทย เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย และมีเงินหมุนเวียนเข้าประเทศทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น, ไม่ค่อยเห็นด้วย 14.55 เปอร์เซ็นต์ กลัวเกิดการแพร่ระบาด โรคโควิด – 19 รอบ 2 ขึ้น เนื่องจากโรคโควิด-19 มักมาจากต่างชาติ และ 0.16 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการทราเวลบับเบิล (Travel Bubble) ที่จะอนุญาตให้คนต่างชาติจากประเทศที่ปลอดเชื้อเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยได้ พบว่าประชาชนไม่เห็นด้วยเลย 29.65 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ไม่เชื่อมั่นในตัวนักท่องเที่ยวถึงจะเป็นประเทศปลอดเชื้อก็ตาม กลัวนำโรคเข้ามาในไทย และทำให้เกิดการแพร่ระบาดในไทยรอบ 2 ได้

รองลงมาคือ ค่อนข้างเห็นด้วย 28.46 เปอร์เซ็นต์ เพราะ มีเงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มมากขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และนักท่องเที่ยวที่มาอยากให้จัดเป็นกลุ่มเพื่อการดูแลและควบคุมได้ง่าย, เห็นด้วยมาก 25.90 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ด้านการบินจะได้ไม่หยุดชะงัก และประเทศไทยต้องมีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19,

ไม่ค่อยเห็นด้วย 14.95 เปอร์เซ็นต์ เพราะ กลัวเกิดการแพร่ระบาดรอบ 2 ขึ้น เนื่องจากกว่าจะแสดงอาการค่อนข้างมีเวลานาน และไม่เชื่อมั่นว่านักท่องเที่ยวที่มาจะปลอดภัยจากโควิด-19 จริง และ 1.04 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

สุดท้าย เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการควบคุมไม่ให้มีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในประเทศได้ หากมีการเปิดให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ ตามโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ อันดับ 1 ไม่ค่อยเชื่อมั่น 30.53 เปอร์เซ็นต์ เพราะกลัวคนต่างชาติไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกันตนเอง และยังไม่ค่อยมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมไม่ให้เกิดโรคระบาดรอบ 2 ในไทยได้

รองลงมาคือ ไม่เชื่อมั่นเลย 29.10 เปอร์เซ็นต์ เพราะ ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในไทยได้ เนื่องจากควบคุมได้ยาก และมาตรการของรัฐบาลยังไม่มีความเข้มงวดที่ดีพอ, ค่อนข้างเชื่อมั่น 23.90 เปอร์เซ็นต์ เพราะดูจากผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลว่าสามารถควบคุมได้ และรัฐบาลน่าจะมีมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมไม่ให้โควิด-19 ระบาดในไทยรอบ 2,

เชื่อมั่นมาก 15.43 เปอร์เซ็นต์ เพราะ มั่นใจการทำการของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมคนต่างชาติที่เข้ามาประเทศไทยได้ และการแพทย์ของไทยมีความน่าเชื่อถือ และ 1.04 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ/ไม่สนใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *