หนุ่มใหญ่เดือดเข้าแจ้งความ ถูกครูฝึกสอนมวยไทย ชกเบ้าตา ปมขับรถปาดหน้า

หนุ่มใหญ่เดือดเข้าแจ้งความ ถูกครูฝึกสอนมวยไทย ชกเบ้าตา ปมขับรถปาดหน้า

หนุ่มใหญ่วัย 52 ขึ้นโรงพักเข้าแจ้งความตำรวจ สน.สำเหร่ หลังถูกครูฝึกสอนมวยไทย ชกเบ้าตา ได้รับบาดเจ็บ ปมขับรถปาดหน้าคุยกันไม่รู้เรื่อง เปิดฉากชกต่อยชุลมุน ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด มาทำร้ายคนอื่นแบบนี้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 20 ก.ค.2563 ร.ต.ต.สุนทร จันทร์คล้าย รองสว.(สอบสวน) สน.สำเหร่ รับแจ้งมีผู้เสียหาย ได้รับบาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกัน เหตุเกิดบริเวณทางลงสะพานตากสิน จึงรับทราบและสอบสวนพร้อมบันทึกรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อสอบสวนผู้เสียหายทราบชื่อ นายกิจฐิพงศ์ ปิยะวรธรรม อายุ 52 ปี เล่าว่า ตนโดนคู่กรณีทำร้ายบนถนนกรุงธนบุรี ช่วงเชิงสะพานขาลงสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อเวลา 21.50 น. สืบเนื่องจาก ตนขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน 3 กณ 263 กรุงเทพมหานคร เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อสตาเลียน สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่มาข้างๆ ตนเลยลดกระจกลง แล้วถามว่า “มีไรน้อง” คู่กรณีก็บอกกับตนว่า ตนได้ขับปาดหน้า ปาดไปปาดมา และได้จอดรถ ลงไปคุยกัน จนกระทั่งคู่กรณีไม่พอใจ ทำร้ายร่างกายตน ชกเข้าที่เบ้าตาขวา เป็นแผลฟกช้ำ และแขนข้อศอกถลอกทั้ง 2 ข้าง ตนจึงไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายแล้วขอใบรับรองแพทย์เพื่อเป็นหลักฐานอาการบาดเจ็บ

สอบสวนคู่กรณีทราบชื่อนายเจษฎา อนุมาตย์ อายุ 23 ปี ได้ความว่า ตน ขี่รถจักรยานยนต์ไปตามทาง ระหว่างทางก็ได้มีรถยนต์คันดังกล่าวขับปาดไปปาดมาตั้งแต่เชิงสะพานฝั่งสาทรแล้ว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ตนจึงขี่เข้าไปใกล้ๆ เพื่อสอบถามพูดคุย แต่ทางรถยนต์คันดังกล่าวลดกระจกลงมา แล้วเอามือออกมาเหมือนจะคว้าแขนตน แต่ตนหลบได้ทัน จึงเรียกให้จอดรถแล้วลงมาคุยกัน พอจอดรถแล้วทางผู้ขับรถยนต์ได้พูดจาด่าทอตน ตะคอกใส่ตน ทำให้ตนโมโหแล้วได้ชกต่อยกัน แต่ตนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

จากการตามไปสอบถามจากผู้เสียหายคือ นายกิจฐิพงศ์ ที่โรงพยาบาลนครธน ที่ได้ไปตรวจเช็กร่างกาย บอกเล่าว่า ตนได้ไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเจริญกรุง แล้วหลังจากนั้นตนก็ไปคุยธุระและกินข้าวกับเพื่อนต่อแถวถนนพระราม 3 พอเสร็จธุระก็ขอตัวแยกย้ายกลับที่พัก

“ผมใช้เส้นทางจากถนนเจริญราษฎร์ เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานสาทรเพื่อกลับมายังฝั่งธนฯ พอขึ้นสะพานมา ข้างหน้ามีรถสามล้อเครื่องอยู่ทางฝั่งซ้าย ผมจึงขับเบนขวาเพื่อที่จะแซงหน้าขึ้นไป พอขับไปเรื่อยๆ ก็มีรถจักรยานยนต์คล้ายๆ แพนทอม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขี่มาบีบแตรใส่ผม ผมก็ชะลอจอดก็เกือบทางลงสะพานตรงสวนหย่อม แล้วพอจอดคุยกัน เค้าก็บอกว่า ผมปาดหน้ารถเค้า ผมก็ถามกลับไปว่า ผมไปปาดหน้าตอนไหน ผมแซงรถสามล้อมา แล้วเค้าก็ไม่พอใจ เข้ามาชกต่อยผม ผมก็ป้องกันตัวเองจนผมเสียหลักล้มลง เค้าก็ชกที่เบ้าตาผมเลย”

นายกิจฐิพงศ์ เล่าต่อว่า พอดีมีคนเห็นเหตุการณ์แถวนั้นก็มาช่วยกันห้าม เค้าก็ไม่หยุด จนมีผู้หญิงคนหนึ่งโทรแจ้งตำรวจ ไม่เกิน 2 นาที ตำรวจก็มา ให้เข้าไปที่ สน.สำเหร่ ทั้ง 2 ฝ่าย ทางผมได้รับบาดเจ็บที่เบ้าตาขวา หลังใบหู ข้างซ้าย และข้อศอกทั้ง 2 ข้าง และยังมีทรัพย์สินเป็นสร้อยคอทองคำหนักประมาณ 8 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ที่ขาดหลุดจากคอผม ตอนที่เค้ากระชากคอเสื้อผมไปต่อย หลังจากนี้ไป ผมก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะคู่กรณีเป็นถึงครูฝึกสอนมวยไทย มาทำร้ายคนอื่นแบบนี้ไม่ได้"

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนถึงสาเหตุการทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันแล้วทั้ง 2 ฝ่าย จึงเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงกันเรื่องค่าเสียหาย และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

 

 

ที่มา : www.thairath.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *