จากใจผู้ปกครอง เรียนออนไลน์ ทำเดือดร้อน กู้เงินมาซื้อคอมพ์ให้ลูก ทั้งที่ไม่มีจะกินแล้ว

จากใจผู้ปกครอง เรียนออนไลน์ ทำเดือดร้อน กู้เงินมาซื้อคอมพ์ให้ลูก ทั้งที่ไม่มีจะกินแล้ว

          ผู้ปกครองระบายความอัดอั้น นโยบายเรียนออนไลน์ ส่งผลกระทบหลายด้าน ชี้พ่อแม่บางคนไม่มีเงิน ต้องไปหากู้มาซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูก ร่ายยาวความเดือดร้อน ฝากไปถึง ศธ. ทบทวนใหม่

วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับนโยบายเรียนออนไลน์ ที่จะเริ่มขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก รสนิสา บุญสุข ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักเรียนรายหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ออกมาโพสต์ระบายความในใจ เรียนไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนทุกท่าน เพื่อฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ

โดยระบุว่า ตนในฐานะผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคนหนึ่ง มีความประสงค์อยากให้ท่าน ผอ.โรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการ ช่วยทบทวนเรื่องการสอน การเรียนออนไลน์ ใหม่ เนื่องจากตนมองเห็นถึงความลำบากของพ่อแม่ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่าน ที่มานั่งระบายปลดทุกข์ให้ตนฟังหลากหลายเหตุผลที่ส่งผลกระทบต่อพวกเขา จึงขอยกตัวอย่าง ดังนี้

1. การจะมีการเรียนออนไลน์ได้นั้น เด็กนักเรียนจะต้องมีคอมพิวเตอร์ มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก หากไม่มีก็ไม่สามารถเรียนได้ นั่นหมายถึงบ้านไหนไม่มี 2 สิ่งนี้ ก็ต้องไปซื้อเพื่อให้ลูกได้เรียน ซึ่งคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ 10-20 บาท เครื่องหนึ่งเหยียบหมื่นบาท แต่ในทางกลับกัน ผู้ปกครองในเวลานี้การงานแย่ ทำมาหากินตอนนี้ก็ลำบาก แล้วจะหาเงินจากที่ไหนมา ลำพังจะหามาซื้อข้าวกินในแต่ละวันยังลำบากเลย

แล้วถ้าบ้านไหนมีลูก 2-3 คน ไม่ต้องซื้อ 2-3 เครื่องเลยเหรอ เพราะต้องเรียนออนไลน์เหมือนกันและเป็นเวลาเดียวกัน พ่อแม่บางคนไม่อยากให้ลูกต้องด้อยกว่าคนอื่น ๆ ยอมไปกู้หนี้ยืมสิน ร้อยละ 20 เพื่อเอามาซื้อคอมพิวเตอร์ให้ลูกหลาน เพื่อลูกหลานจะได้เรียนเหมือนคนอื่น ๆ ลำพังหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ค่าหนังสือ ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ในเเต่ละเทอมก็แย่กันอยู่แล้ว นี่ยังต้องหาเงินมาผ่อนคอมพิวเตอร์อีก แบบนี้ดีแล้วเหรอคะ

สรุป แผนการนี้ ใครได้ประโยชน์มากที่สุด นักเรียนหรือผู้ปกครอง คำตอบคือ ร้านขายคอมพิวเตอร์กับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรวย ซึ่งรวยมากอยู่แล้ว และรวยขึ้นไปอีก

          อีกแค่เดือนเดียวโรงเรียนก็จะเปิดแล้ว แต่ยังต้องมาซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เรียนออนไลน์แค่ระยะ 1 เดือน รบกวนทบทวนด้วย

2. การเรียนออนไลน์ หากไม่มีผู้ใหญ่คอยนั่งอยู่ใกล้ ๆ คุณคิดว่าเด็ก ๆ จะไม่เปิดไปหน้าอื่นเหรอ เช่น YouTube, เกม และอื่น ๆ อีกมากมาย คิดว่าเด็ก ๆ จะตั้งใจเรียนกันทุกคนเหรอ แล้วถ้าให้ผู้ปกครองคอยนั่งเฝ้าตลอดการเรียน แล้วผู้ปกครองจะเอาเวลาไหนไปทำงานหาเงินผ่อนคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งซื้อมา

3. ในเด็กเล็ก เช่น อนุบาล 1-3 สมควรแล้วเหรอที่จะให้เด็กนั่งเรียนหน้าจอนาน ๆ มีแต่ส่งผลเสียทั้งทางด้านสายตา สมาธิ ที่เด็กเล็กยังมีไม่มากพอที่จะอดทนนั่งฟังจนจบ

4. ผู้ปกครองจ่ายเงินค่าเทอม แต่ต้องมานั่งสอนลูกตัวเองทั้งหมด ประเด็นคือ แล้วผู้ปกครองจะจ่ายค่าเทอมให้ทางโรงเรียนทำไม หากต้องมานั่งสอนลูกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะสอนลูกเองหรือเลี้ยงลูกเองไม่ได้ แต่เราจ่ายค่าเทอมให้โรงเรียนไปแล้ว เรียนออนไลน์ค่าเทอมก็ไม่ได้ปรับลดลงแม้แต่น้อย ยังคงจ่ายค่าเทอมเท่าเดิม

แล้วถ้ามีลูกหลายคน ผู้ปกครองจะสอนทันไหม ขณะที่กำลังเรียนออนไลน์พร้อมกัน (ข้อนี้หมายถึงเด็กเล็ก ที่ต้องคอยสอนกำกับตามหลังที่คุณครูสอน เพราะตนมีลูกเล็ก เลยคิดว่าคงสอนคนเดียวไม่ทัน หากลูกเรียนพร้อมกัน)

5. ถ้าบ้านไหนไม่ได้ให้ลูกเรียนออนไลน์ ด้วยเหตุผลจำเป็นของพวกเขา คุณคิดว่าเด็ก ๆ จะอายเพื่อนไหม เมื่ออาย ผลต่อมาคือ เด็กไม่อยากไปโรงเรียนในวันข้างหน้า เก็บกด ต่าง ๆ นานา แล้วเด็กก็จะรบเร้าให้พ่อแม่ซื้อคอมพิวเตอร์ให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ทุกคนพึงปรารถนาอยู่แล้ว

ณคิดว่าเด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะเอามาทำอะไรมากกว่ากัน เมื่อเด็ก ๆ ได้คอมพิวเตอร์มา เด็กก็คือเด็ก คงแยกแยะเรื่องที่ควรทำ หรือไม่ควรทำ ได้ไม่มากพอ (พูดง่าย ๆ ว่า ผู้ปกครองบางท่านโดนบุตรหลานหลอกให้ซื้อคอมพิวเตอร์ให้ โดยเอาเรื่องเรียนออนไลน์ในครั้งนี้มาอ้าง) ในขณะที่พ่อแม่ไม่พร้อมทางด้านการเงินช่วงเศรษฐกิจแบบนี้เลย ก็ต้องหาวิธีเพื่อไปซื้อมาให้ลูกให้ได้ ส่งผลกระทบตามมาเยอะแยะมากมาย ทั้งตัวเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง

"ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ดิฉันขอให้ท่าน ผอ. ทุกโรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะดิฉันคิดว่ามันส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองหลายด้าน และที่กล่าวมานี้เป็นแค่บางส่วนที่ยกตัวอย่างให้เข้าใจ ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ส่งผลกระทบ ว่าผู้ปกครองต้องรับศึกหนักแค่ไหนกับนโยบายการเรียนการสอนออนไลน์ที่พวกท่านได้จัดทำขึ้น ณ ตอนนี้"

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตมีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าไม่จำเป็นต้องซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ หรือซื้อโทรศัพท์มือถือก็ได้ เนื่องจากการเรียนออนไลน์มี 3 ช่องทาง อีกทางหนึ่งคือ สามารถเรียนผ่านทีวีที่เชื่อมกล่องดิจิทัลได้

ที่มา : www.hilight.kapook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *